นอนกรนเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน

นอนกรน เกิดขึ้นเมื่อนอนหลับ เมื่อทางเดินลมหายใจตอนบน ตีบแคบลงจากสาเหตุต่างๆ อากาศที่ผ่านเข้าในทางเดินลมหายใจจึงต้องมีแรงดันเพิ่มขึ้น ก่อให้ เกิดเป็นเสียงดังผิดปกติขึ้น

นอนกรน ทางการแพทย์พบว่า การนอนหลับที่ไม่ปกติ มีผลทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนเรื้อรัง ผลที่ตามมาก็คือ ร่างกายจะกระตุ้นสารที่มีผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ และหลั่งสารที่มีผลต่อการบีบตัวของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดส่วนปลายบีบตัว ผลคือความดันโลหิตสูงขึ้นอีก นอกจากนี้ยังพบว่าเซลล์ของผนังหลอดเลือดจะทำงานผิดปกติ ซึ่งจะทำให้มีผลต่อการหลั่งสาร ที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว และยังมีผลต่อการทำงานของการเต้นของหัวใจ เป็นตัวที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้

คนที่มีปัญหา นอนกรนจะมีโอกาสเป็น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง ความจำถดถอย เพิ่มมากขึ้นกว่าคนปกติ และเมื่อมีโรคภัยไข้เจ็บดังกล่าวอยู่ เช่น มีความดันโลหิตสูง การรักษาภาวะนอนกรน นี้ ก็จะทำให้คุมความดันโลหิตได้ยากขึ้น

โรคนอนกรนและหยุดหายใจเกิดขึ้นเฉพาะขณะหลับเท่านั้น เพราะสมองกําลังพักผ่อน ทําให้กล้ามเนื้อบริเวณนี้ทํางานน้อยลง ท่อทางเดินหายใจส่วนต้นก็จะฟีบเข้าหากันเหมือนการดูดหลอดกาแฟทําให้ออกซิเจนในเลือดต่ำเนื่องจากขาดอากาศหายใจ จึงต้องพยายามหายใจแรงขึ้นเพื่อเปิดทางเดินหายใจนี้ เมื่อสมองถูกกระตุ้นให้ตื่นบ่อยๆ ทําให้หลับไม่ลึกและรู้สึกง่วงนอนตอนกลางวัน เพลียและไม่สดชื่นเหมือนพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบอื่นๆ ตามมา เช่น

– ประสิทธิภาพการทํางานลดลง
– ความจําไม่ดี หงุดหงิดง่าย ง่วงหลับใน และหากทิ้งไว้ในระยะยาวโดยไม่ได้รักษาอาจนําไปสู่
– โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคซึมเศร้า